ความเป็นมาของ  WTO 

      องค์การการค้าโลก หรือ WTO (World Trade Organization) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีการพัฒนามาจากความตกลงทั่วไปว่่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า  หรือ  GATT  (General Agreement  on  Tariff and Trade)  ก่อตั้งเมื่อวันที่1  มกราคม  2538  มีสมาชิกเริ่มแรก  81 ประเทศ  สำนักงานตั้งอยู่  ณ  นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

 

วัตถุประสงค์ของ  WTO

  • สนับสนุนให้มีการค้าเสรีระหว่างสมาชิก  โดยเปิดเจรจาลดอุปสรรคทางการค้าเป็นรอบๆ
  • ดูแลให้สมาชิกดำเนินการตามข้อตกลงทางการค้าที่มีต่อกัน
  • เป็นคนกลางในการตัดสินข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ

 

หลักการสำคัญของ  WTO

  • ไม่เลือกปฏิบัติ  (Non-Discrimination)  กล่าวคือ  ประเทศสมาชิกจะต้องให้การปฏิบัติต่อสินค้าจากทุกประเทสเท่าเทียมกัน  (Most  Favoured  Nation  Treatment  :  MFN)   และปฏิบัติต่อสินค้านำเข้าเท่าเทียมกันกับสินค้าภายในประเทศ  (National  Treatment)  ไม่ว่าจะเป็นการเก็บภาษีภายใน  หรือการ-     กำหนดกฏระเบียบต่างๆ  
  • ความโปร่งใส  (Transparency)  กล่าวคือ  ประเทศสมาชิกจะต้องพิมพ์เผยแพร่กฏหมาย  ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับมาตรการทางการค้าต่อสาธารณชน  และแจ้งให้ประเทศสมาชิกอื่นๆทราบ  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง  เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศ
  • คุ้มครองผู้ผลิตภายในด้วยภาษีศุลกากรเท่านั้น  (Tariff  only  protection)  กล่าวคือ  ห้ามใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าทุกชนิด  ยกเว้นกรณีที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของ  WTO
  • ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป้นธรรม  (Fair  competition)  กล่าวคือ  ประเทศสมาชิกสามารถเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนสินค้านำเข้าได้  
  • มีสิทธิ์ใช้ข้อยกเว้นในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น  (Necessary  Exceptions  and  Emergency  Action)กล่าวคือ  ประเทศสมาชิกสามารถใช้มาตรการคุ้มกันชั่วคราว  ในการขาดดุลการชำระเงินระหว่าวประเทศหรือในกรณีที่เป็นข้อยกเว้นทั่วไป  เช่น  เพื่อรักษาสุขภาพของประชาชน  สัตว์   พืช  เพื่อศีลธรรมอันดี  และเพื่อความมั่นคงภายในประเทศ  เป็นต้น
  • มีกระบวนการยุติข้อพิพาททางการค้าให้คู่กรณี  (Trade  Dispute  Settlement  Mechanism)  กล่าวคือ เมื่อมีกรณีขัดแย้งทางการค้าให้หารือเพื่อหาทางยุติข้อพิพาท  หากไม่สามารถหาข้อสรุปไห้  ให้นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติข้อพิพาทของ WTO
  • ให้แต้มต่อกับประเทศกำลังพัฒนา  (Special  and  Differential  Treatment)  เช่น  การลดภาษีนั้น ประเทศกำลังพัฒนาจะมีเวลาปรับตัวนานกว่า  และลดภาษีลงน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว  ผ่อนผันให้ประเทศกำลังพัฒนาจำกัดการนำเข้าได้  หากมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพดุลการชำระเงิน  และให้ประเทศพัฒนาแล้วให้สิทธิพิเศษทางศุลกากรแก่  ประเทศกำลังพัฒนาได้  แม้จะขัดกับหลัก  MFN  เป็นต้น
  • ใช้ระบบฉันทามติ  (Consensus)  กล่าวคือ  ในการเจรจาเรื่องหนึ่งเรื่องใด  หากประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เห็นด้วย  ไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็กหรือใหญ่  เรื่องนั้นก็ยังไม่รับเป็นมติ
  • ให้มีการรวมกลุ่มทางการค้าเพื่อลดภาษีระหว่างกันได้  หากมีวัตถุประสงค์เพื่อการขยายการค้า  แต่มิใช่เพื่อกีดกันทางการค้าจากประเทศนอกกลุ่ม  (No  Trade  Blocs)